Life

เรื่องก็มีอยู่ว่ามีช่างไม้สูงอายุคนหนึ่งต้องการจะเกษียณตัวเอง

ก็เลยบอกความต้องการดังกล่าวกับนายจ้างเกี่ยวความต้องการที่จะเกษียณและใช้ชีวิตที่หรูหรากับภรรยา

ซึ่งช่างไม้ก็บอกว่าเขาอาจจะเสียดายค่าจ้างที่จะได้รับแต่เขาก็ต้องการที่จะเกษียณ

นายจ้างก็บ่นเสียดายที่จะต้องสูญเสียช่างฝีมือดีไป แต่ก็ได้ขอร้องให้ช่างคนนี้ช่วยสร้างบ้านให้อีกสัก 1 หลัง

ช่างไม้ผู้นั้นก็ตอบตกลง ครั้นพอบ้านสร้าง วัตถุดิบที่ใช้ก็ด้อยคุณภาพ มันช่างเป็นการจบชีวิตช่างฝีมือดีที่ไม่สวยหรูเลย

และเมื่อนายจ้างสำรวจงานชิ้นนี้ของช่างผู้นี้ นายจ้างก็ได้ยื่นกุญแจให้แล้วบอกกับช่างไม้ว่า

"นี่คือบ้านของคุณ ผมขอมอบให้คุณเป็นของขวัญ" เมื่อช่างไม้ได้ยินเช่นนั้นถึงกับตกใจและอุทานกับตัวเองว่า

"น่าละอายจริงๆ ถ้าเขารู้สักนิดว่ากำลังสร้างบ้านของตัวเองอยู่เขาก็คงตั้งใจสร้างให้ดีกว่านี้ "

เช่นเดียวกับพวกเราที่กำลังสร้างชีวิตของตัวเราเองด้วยการสั่งสมสิ่งต่างๆวันละเล็กวันละน้อย และบ่อยครั้งที่เราไม่ได้ใช้

ความพยายามอย่างที่สุดในการสรรสร้างชีวิตของตนเอง และเมื่อวันๆ หนึ่งมาถึงเราก็จะตระหนักว่าเราต้องใช้ชีวิตอยู่กับทุก

สิ่งทุกอย่างที่เราเป็นผู้สร้างขึ้นมาทั้งหมด เมื่อถึงวันนั้นเรามักจะพูดเสมอว่า ถ้าเราสามารถกลับไปได้เราจะทำทุกอย่างให้ดี

ขึ้นแต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะพวกเราทุกคนก็คือช่างไม้ในทุกๆวัน พวกเรากำลังตอกตะปู, ปูกระดาน

หรือแม้แต่กำลังเลือกกำแพงให้กับชีวิตตัวเองดังคำพูดที่ว่า "ชีวิตก็คือสิ่งที่เราสร้างด้วยตัวเราเอง" ทัศนคติ และ ทางเลือก

ต่างหาก ที่พวกเราได้เลือกกันในวันนี้ (ชีวิต) ที่เราจะต้องอยู่กับมันให้กับตัวเอง

 

โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

เทคนิคการมองโลกในแง่ดี

posted on 30 Jan 2009 13:52 by thisislife in Life
นำ "เทคนิคการมองโลกในแง่ดี" มาฝากเป็นหลักปฏิบัติง่ายๆ เหมาะกับหนุ่มสาวสมัยใหม่และวัยรุ่นยุคไอที

เพื่อนนินทา แสดงว่าเรามีดี มีจุดเด่นที่เขาไม่มีจึงนำเราไปนินทา
(หลายคนบอกเปลี่ยนความโกรธ เป็นความภูมิใจแทน)

อกหัก คิดเสียว่าได้เรียนรู้ชีวิต เป็นประสบการณ์ หลังจากนี้เดินหน้าดูแลตัวเอง พอชีวิตดีเดี๋ยวคู่มาเอง

เงินหมด โอ๊ย! เรื่องขี้ผง คนอื่นที่ทุกข์กว่าเรามีเยอะแยะ ดีเลยฝึกนิสัยอดทน (สักระยะ)
แต่ถ้าไม่อยากทนบ่อยๆ คราวต่อไปก็ระวังอย่าใช้เงินเกินงบประมาณ

รถติด ฝึกสมาธิมันซะเลย นั่งกำหนดลมหายใจเข้าออก
นอกจากจะเป็นผลดีต่อความจำแล้ว ยังช่วยฝึกความเป็นคนใจเย็นอีกด้วย

เจอข้อผิดพลาดในการเรียน - การทำงาน คิดเสียว่าไม่เป็นไร ปัญหาหรืออุปสรรคเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ หลังจากนั้น คิดสู้ปัญหาโดยการ เริ่มใหม่เพราะความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินความพยายาม

และถ้าเราสามารถผ่านมันไปได้ งานนั้นจะนำมาซึ่งความภูมิใจ และหลังจากนี้ ต่อให้เจออุปสรรคเล็ก - ใหญ่แค่ไหน จะไม่มีทางมาบั่นทอนจิตใจเราได้ จำไว้ว่า "ไม่เป็นไร"

มีปัญหากับเพื่อนมนุษย์ คิดเสียว่ามันยังไม่ได้เลวร้ายจนถึงที่สุด ยังดีที่ไม่เจอหนักกว่านี้ คิดปล่อยวาง และคิดถึงสิ่งดีๆ ที่เขาพอจะมีอยู่ หรือคิดถึงในแง่ดีๆ ของเขา แต่หากปัญหานั้นเกิดจากตัวเรา ให้มองย้อนกลับไป แล้วแก้ไขปรับปรุง

"การมองโลกในแง่ดี" นั้น เชื่อว่าทุกคนสามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ การรู้จักคิดปล่อยวาง คิดให้สบายใจ ในยามที่พบกับปัญหา นอกจากจะไม่เป็นการซ้ำเติมตนเองแล้ว จะรู้สึกว่าชีวิตดูมีความสุขมากขึ้นอีกด้วย

ที่มา : นำมาจากกระทู้ของ "คุณชวนคิด" ใน webboard ของบริษัทฯ

ชาวนาจีนแก่ ๆ คนหนึ่งเดินไปตามถนน
บนบ่ามีมีไม้พาดอยู่
และที่ปลายไม้นั้นก็มีหม้อดินใส่แกงจืดเต้าหู้ผูกห้อยไว้

ขณะที่เดินไปเขาเกิดสะดุดก้อนหิน
และหม้อดินก็หล่นลงกระทบพื้นแตกกระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ชาวนาผู้เฒ่าคนนี้ก็ก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป โดยไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งมาหา
แล้วพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “นี่ๆ พ่อเฒ่า ท่านไม่รู้หรือว่าหม้อดินหล่น”
ชายชราหันไปตอบว่า “ฉันรู้ ฉันได้ยินเสียงมันหล่นอยู่”
ผู้อ่อนอาวุโสมีสีหน้าประหลาดใจเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น

“อ้าวแล้วทำไมท่านไม่ย้อนกลับไปทำอย่างใดอย่างหนึ่งล่ะ”
สีหน้าของผู้เฒ่ายังเป็นปกติขณะที่ตอบชายหนุ่มด้วยคำพูดที่หนักแน่นชัดเจนว่า
“ก็หม้อดินมันแตกแล้ว แกงจืดก็ไม่เหลือแล้วจะให้ฉันทำอะไรอีกล่ะ”
พูดจบชายชราผู้มากด้วยประสบการณ์ชีวิตก็ย่างเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

วันวานนี้สิ้นสุดลงตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ทุกๆ วันคือจุดเริ่มต้นใหม่
เรียนทักษะของการลืมอดีต แล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ.

"คน" หนึ่ง "คน"

posted on 28 Jan 2009 17:48 by thisislife in Life
การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคนไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม  สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือคนเป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น   อย่าตั้งใจกับคน 1 คนมากเกินไป  เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป  เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น   อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป   เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว. . . คนเดียว ....    อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป   เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง    อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป   เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด    อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้  เพราะถ้าคนๆนั้นหลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้  คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที  

 

เธอ. . . ลองมองดูฉันดีๆ ฉันมีลมหายใจ  ไม่ใช่ภาพวาดที่จะสวยงามอยู่ตลอดเวลา  ฉันเองก็เป็น คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน. . . เช่นกัน  

...อยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง...  

 

ที่มา : Forwardmail

ลดลงแต่กลับได้มากขึ้น

posted on 28 Jan 2009 17:10 by thisislife in Life

ลดความโกรธให้น้อยลง                             ได้สติกลับมามากขึ้น

ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง                               ได้เงินเก็บมากขึ้น

ลดความคิดที่จะหาคนทำถูกให้น้อยลง          ได้คำตอบสำหรับทำเรื่องที่ถูกต้องมากขึ้น

ลดการพูดให้น้อยลง                                  ทำหลายอย่างได้มากขึ้น

คิดถึงคนที่เรารักให้น้อยลง                         เราเข้าใจคนที่เรารักได้มากขึ้น

รักตัวเองให้น้อยลง                                    คนอื่นรักเรามากขึ้น

พูดให้ร้ายคนอื่นให้น้อยลง                          มีคนพูดถึงเราในแง่ดีมากขึ้น

แสดงความฉลาดให้น้อยลง                        เราได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น

ออกนอกบ้านให้น้อยลง                              ได้ความอบอุ่นในครอบครัวมากขึ้น

นอนให้น้อยลง                                         ทำหลายอย่างได้มากขึ้น

คิดเรื่องเครียดให้น้อยลง                             ยิ้มได้มากขึ้น

ลดความอายให้น้อยลง                               ได้ความกล้ามากขึ้น

ดูละครให้น้อยลง                                      อ่านหนังสือได้มากขึ้น

วิ่งให้ช้าลง                                               มองเห็นคนข้างหลังมากขึ้น

เชื่อให้น้อยลง                                          มองเห็นอะไรได้มากขึ้น

ลดทิฐิให้น้อยลง                                       รู้จักอภัยมากขึ้น

กระโดดให้น้อยลง                                    เดินได้มั่นคงมากขึ้น

กินให้น้อยลง                                           อิ่มได้มากขึ้น

ก้มหน้าให้น้อยลง                                      มองเห็นได้ไกลขึ้น

พักเหนื่อยให้น้อยลง                                  รู้จักความสบายมากขึ้น

เห็นแก่ตัวให้น้อยลง                                   มีคนรอดชีวิตมากขึ้น

แบกของหนักให้น้อยลง                              ชีวิตเบามากขึ้น

ทะเลาะกับเด็กให้น้อยลง                            โตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

ทะเลาะกับผู้ใหญ่ให้น้อยลง                        ได้รับการเอ็นดูมากขึ้น

เป่าลมออกให้น้อยลง                                 สูดลมเข้าได้มากขึ้น

แอบฟังให้น้อยลง                                     ได้ยินอะไรมากขึ้น

คิดคำถามให้น้อยลง                                  เห็นคำตอบมากขึ้น

 

แล้วคุณลดอะไรบ้างแล้วล่ะ......................

 

ที่มา : Forwardmail